Akadej's profilePoMmE (",)PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
June 21 FinallyFinally
Finally
Finally
Finally
Finally
Finally
Finally
Finally
Finally
Finally
Finally
Finally
Finally
Finally
Finally
Finally hurU r too good to refuse.U r too pretty to avoid.
I have bad feeling but how it happened.Coz of fear only fear.I fear i'll sad again...............
.
.
.
.
I want to release but don't know who can understand but me.
.
.
.
hur August 19 เฝ้าบอกตัวเองอย่ากลัวที่จะก้าวเดิน....
อย่ากลัวที่จะต้องเผชิญกับปัญหา
อย่ากลัวสิ่งที่เรียกว่าความเสียใจ
อย่ากลัวว่าจะเหงาเมื่อต้องอยู่ลำพัง
อย่ากลัวความหมดหวังและความหวั่นไหว
อย่ากลัววันเวลาและระยะทางที่ห่างไกล
อย่ากลัวอะไร อะไร ที่ยังไม่เกิดขึ้นมา
เพราะสิ่งเหล่านี้แหละจะทำให้เรามีพลัง
ทำให้เรามีความหวังการก้าวเดินต่อไปข้างหน้า
เวลาที่ต้องทรงตัวลุกขึ้นมา...
ชีวิตเราจะไม่มีค่า..ถ้าเราไม่ต้องสู้กับอะไรเลย....
เหรอว่ะ? July 31 เฮ้อทำไมชีวิตกูเรื่อยเปื่อยขนาดนี้ หมดไฟ หมดแรง มีกำลังใจให้ตัวเองได้ไม่ทันไรก้อหมดแล้วจะไปถึงอนาคตเมื่อไหร่ว่ะ
ทำยังไงถึงจะมีความสุขกับวันๆหนึ่งได้ว่ะเนี่ย พูดให้ดีหน่ะง่ายแต่ทำไมมันทำยากขนาดนี้
ทำยังไงให้พอใจไม่หวังไม่ฟุ้งซ่าน ไม่คิดอะไรบ้าๆบอๆ ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ตัวเองบ้างเนี่ย
เฮ้อ...................... ไม่มีไรแค่อยากจะบ่น ไม่รู้จะบ่นให้ใครฟัง ไม่รู้จะบ่นให้ฟังไปทำไม สุดท้ายก้ออยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ
ไร้สาระ...................... July 17 3 shine thingsศีลธรรม คือ ข้อจำกัดในการปฏิบัติตนไม่ให้ละเมิดซึ่งความประพฤติ้องห้ามคนที่ทำตัวดีเรียกว่าอยู่ในศีลธรรม จริยธรรม คือ การประพฤติที่อยู่ในธรรม คุณธรรม คือ ความนึกคิด ความรู้สึก ความสามารถในการตัดสินผิดชอบชั่วดีภายในจิตใจคน July 15 Reach to da Future
มันก้อไม่ได้มีอะไรมากมายหรอก บางคนอาจจะคิดว่าทำไมแค่นี้คิดไม่ได้ ไม่เห็นจะเป็นเรื่องอะไรน่าตื่นเต้นอะไรเลย แต่บางทีคนเรามักจะมองอะไรแบบ "เส้นผมบังภูเขา" หากคิดว่าที่อ่านต่อไปนี้มันไร้สาระก้อขอโทดด้วยละกัน จริงๆ มันก้อมีอยู่ว่า ผมได้คุย msn กับเพื่อนคนหนึ่ง ซึ่งก้อไม่ได้สนิทอะไรมากมายหรอก แต่ก้อรู้จักมาตั้งแต่ปีหนึ่งแล้วหล่ะ นานๆจะคุยกันซักที มันถามว่า"ทำงานแล้ว จะเรียนต่อมั้ย" ผมก้อตอบไปตามความคิดตอนนี้ซึ่งเป็นสิ่งที่คิดจริงๆ คนที่เคยฟังคำตอบนี้แล้วอาจจะคิดว่าผมพูดเล่นแต่พูดจริงน่ะ ผมบอกว่า"ทำงานซักปีสองปี แล้วจะไปบวชในป่าสักเดือนนึง แล้วค่อยไปเรียนต่อ" มันก้อตกใจว่า "ต้องบวชวัดป่าเลยเหรอว่ะ ปลงอะไรกับชีวิตมา" ผมก้อบอกว่า"อือ เบื่อเรื่องทางโลกอยากได้อะไรใหม่ๆในชีวิต" "กูรู้ละมึงขาดอะไร มึงขาดเป้าหมายในชีวิต เหมือนอยู่ไปวันๆ ไม่รู้ว่าที่ทำไปทุกวันนี้ทำไปทำไม ถ้าเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ชีวิตแม่งเซ็งตายเลย" "เคยเป็นเหรอว่ะ" "เคย โคตรเบื่อชีวิตเลย" "แล้วทำไงหล่ะนี่" "กูว่าหาหนังสืออ่าน มันสร้างแรงบันดาลใจได้ อ่านแล้วรู้สึกฮึดขึ้นมาเลย" "แล้วตอนนี้มึงเป็นอยู่ป่าวว่ะ" "ไม่แล้วน่ะ แบบตอนนี้รู้สึกอยากได้ความรู้มากที่สุดเวลาไปทำงานอ่ะ แบบอยากรีบเก่งๆ แล้วอยากอยากออกมาเรียนต่อ เสร็จทำธุรกิจตัวเอง สักสิบปี อยากไปเที่ยว ตปท รอบโลก" มาถึงตรงนี้ผมรู้สึกว่าคำพูดของเค้ากับความคิดเค้าดูมีพลังมากเลยมันเป็นอะไรที่ผมไม่เคยคิดถึงครึ่งนึงของเค้า "อาจเพราะมีแฟนด้วยมั้ง ไม่รู้เกี่ยวรึเปล่าน่ะ เหมือนว่ามันมีพลังเวลาคว้าดาวมาได้แล้วมีคนร่วมชื่นชม" ผมขอหยุดคำสนทนาเพียงเท่านี้ละกัน ฟังดูแล้วผมก้อคิดว่ามันก้อถูกอย่างที่มันพูดการที่จะดำเนินชีวิตต่อไปต้องมีแรงบันดาลใจอะไรซักอย่างมาดลให้อยากทำ ในที่นี้เราอาจจะอยากทำอะไรเพื่อ พ่อแม่ ให้ท่านภูมิใจ เพื่อแฟนเพื่อสร้างโอกาสหรืออะไรดีๆ หรือเพื่อตัวเอง เพราะผมเชื่อว่าถ้าเรายังไม่ภูมิใจกับตัวเอง คนอื่นก้อไม่มีทางมาภูมิใจตัวเราได้หรอก อยากให้ทุกคนที่ได้อ่านนี้ลองถามตัวเองดูว่าวันนี้คุณภูมิใจในตัวคุณเองหรือยัง ถ้ายังจะทำยังไงให้คุณรู้สึกอย่างนั้นได้ สิ่งนั้นคงจะเป็น "แรงบันดาลใจ" ให้คุณก้าวเดินต่อไป ในทีนี้ผมคงต้องเลือกตัวเองเป็นแรงบันดาลใจต้องคิดแล้วหล่ะว่าทำยังไงถึงจะมีความสุขมากกว่าทุกวันนี้ได้ ต่อไปผมคงจะมีพลังมากขึ้นมากกว่านี้มากกว่าที่เป็นอยู่........
ปล. คำแนะนำทิ้งท้ายของเพื่อนผม "หาหนังสือดีๆ คนดีๆซักคน" บางทีมันอาจจะฟังดูไร้สาระเพราะของแบบนี้เราก้อได้จาก คนเป็นพ่อเป็นแม่ซึ่งเป็นสิ่งที่บริสุทธ์ไม่สามารถหาอะไรมาเปรียบได้ แต่โดยความคิดส่วนตัวของผมคิดว่าหนังสือ หรือปัจจัยในชีวิตอื่นๆมันเป็นพลังอีกด้านหนึ่งเหมือนอาหารเสริม วิตามิน ซึ่งคงจะต่างจากอาหารหลักที่เรากินกันอยู่เป็นประจำ แต่ท้ายที่สุดเราก้อห้ามขาดอาหารหลักนะ กินแต่วิตามินก้อม่ายโตนะจ๊ะ อิอิ April 25 Thonglor and the night pub(The end of Triblog)
ย้อนไปเมื่อเช้า : ในที่สุดก้อมาถึงตอนสุดท้ายแว้วววววว ก่อนอื่นขอสรรเสริญ ยุงตัวนึงก่อน เพราะเมื่อเช้า แมร่งกัดที่มือข้างละสองจุด ใกล้ๆหว่างนิ้วกับปลายนิ้วทั้งสองข้างเลย ความคันอย่างทนไม่ได้ทำให้ข้าพเจ้าตื่นทันไปทำงาน แม้ว่าจะตื่นสายไปหน่อยก้อตาม ดีนะที่เมื่อคืนไม่ตบมัน ย้อนไปเมื่อคืน : สาดดด แมนยู เกือบไปแล้ว กะลังจะลุกไปนอนพอดีแมร่งยิง โอ้วเย้ ย้อนไปสามวันที่แล้ว : เกิดเหตุการณ์บางอย่าง....... ไปสาย........ ย้อนไปช่วงก่อนสงกรานต์ ศุกร์ที่ 13 : มาถึงตอนนี้จำไม่ได้แล้วว่าเริ่มยังไง ใครนัดใคร หรือนัดกันมานานแค่ไหน จำได้ว่าวันนั้นกูก้อเปียกแต่หัววันแล้ว -*- พนักงานในบริษัทเล่นน้ำกันมันส์สาดเลย เอกสง เอกสารเปียกหมด ข้าพเจ้ามาในเชิ้ตดำกางเกงดำ โดนแป้งโดนดินสอพองเข้าไปก้อดูไม่จืดเหมือนหมาสีดำลายจุดขาว ไม่เป็นไรหรอก ไม่ว่าอะไรเข้าใจวัยรุ่นอยากเล่นน้ำ หุหุ และแล้วพอเวลา17.30 ได้เวลาสุราทำงานแล้ว เพื่อนๆทั้งหลายโทรมาทำให้ฉงนยิ่งนัก ทั้งคุณวงศกร(ไอแอม) คุณ วุฒิชัย(ไอท๊อป) ก้อโทรมาเพื่อดูความอยากแอลกอฮอร์ของเพื่อนว่าถึงขีดไหน ต่างฝ่ายต่างรู้โดยไม่ต้องใช้มิเตอร์วัด นอกจากนี้ ไม่น่าเชื่อ ไอ้ชุง เพื่อนlove แมร่งก้อจะมาเที่ยวเหมือนกัน แต่ไปสองสลึง ไอ้ปาล์มก้อจะมาเที่ยวด้วยแต่มากับหญิงและเพื่อนๆของมัน โอ้ว สามกลุ่ม กูไปร้านไหนก้อได้แล้วสิเนี่ยมีเพื่อน อ้อลืมบอกไปว่าไอ้ปาล์มอยากไปลองร้าน ice bar -*- กูบอกว่าไม่ดีก้อไม่เชื่อ และแล้วอีกเช่นเคยครับ กูโคดเซ็ง ด้วยความใกล้จุดเกิดเหตุเหมือนเดิม ผมต้องรอสมาชิกสุรากลางคืนอีกแล้ว ไม่ต่ำกว่าสองชั่วโมง โอว แล้วกูจะไปอยู่ไหนเนี่ย ทันใดนั้นความคิดก้อบังเกิด หากคุณยังจำได้จากภาคที่แล้วพวกผมได้วนรถเล่นจาก เอกมัยไปทองหล่อ อยู่สองรอบเพราะใครบางคนที่มันบอกว่าให้ไปร้าน ตำเดย์ๆๆๆๆๆๆๆ วันนั้นทำให้ผมเห็นสถานที่แดกข้าวแห่งใหม่ polapolar ทองหล่อนั่นเอง โอ้วในที่สุดผมก้อมีที่นั่งรอพวกแมร่ง กินเสร็จดื่มเบียร์ไปขวด ยังไม่มีวี่แววจะมากัน ทำให้ผมต้องไปเดินเล่น โอ้วว้าว ข้างล่างเป็น top สถานที่ที่ขาย heineken ด้วยราคาเพียง 59 บาท ด้วยความที่เครื่องเริ่มสตาร์ทติดแล้ว มันก้ออยากกินอีก เลยเดินไปดูโอ้ววววว สาขานี้มันมีขายเบียร์จาก deutchland ครับผม อาทิเช่น Paulanger Scheinder และอะไรไม่รู้จำไม่ได้ มีทั้ง Light beer Dark beer คนรักเบียร์อย่างผม อยากจะกว้านซื้อเหลือเกิน แต่ช่างน่าเศร้าที่ตังก์ไม่พอ 555 อด เวลาผ่านไป .................. ............ ...... .... . เวลาผ่านไป ในที่สุด สมาชิกก้อมากันแล้ว แถม surprise กันอีกว่าจะมีเพื่อนตามมาอีกสองคน มันคือ ไอเบิร์ด กับไอเพียววววว โอ้ววว นอกจากนี้ตูก้อยังชวนไอโจ๊กมาด้วย(คนอะไรไม่รู้อยากเที่ยวหาสาว ขนาดซื้อรองเท้าใหม่เพื่อจะได้เข้าผับได้) ด้วยความที่เป็นพวกหลายใจเลือกไม่ถูกจะเลือกทางไหน เลยไม่รู้จะไปร้านไหนนั่นเอง-*- สุดท้ายขับรถเล่นอีกแล้ว!!! แต่ด้วยความอยากของเพื่อนๆรวมทั้งตูด้วย ได้พาให้รถนิสสันสีดำเก่าๆ ขับเข้าไปในที่จอดรถของร้าน Zantika โอ้วว เคยได้ยินว่ามันแพงแต่ก้ออยากลอง แล้ว แล้ว แล้ว แล้ว เหตุการณ์ที่สุดแสนจะไร้คำบรรยายก้อเกิดขึ้น ต่างคนต่างอยากรู้ว่ามันแพงแค่ไหน เลยพูดเล่นกันว่าถามเด็กโบกรถดูว่า มิกซ์เท่าไหร่ 55555 แล้วผมเอง เอาตัวรอดก่อนครับเปิดกระจกหลังเลย ให้เพื่อนถามแทน55555พอดีเลย อยู่ด้านไอแอมพอดี มันเลยต้องทำหน้าด้านถามเค้าว่ามิกซ์เท่าไหร่5555 โอว 50 ก้อไม่แพงนี่หว่า เลยจอดรถเข้าไปในร้าน บรรยากาศแบบว่าเสี่ยมานั่งมากๆ แล้วไอแอมอีกแล้วครับ มันก้อถามเค้าว่าแถวนี้มีร้านอาหารมั้ย พนักงานแสนซื่อก้อตอบว่าในร้านก้อสั่งข้าวได้ nono ไอแอมไม่เอาสวนกลับไปว่า พวกแบบร้านข้าวต้ม ร้านก๊วยเตี๋ยวอ่ะคับ ไม่มีตังก์ 5555555+ แล้วเมื่อเห็น list เหล้าของเค้าก้อพึ่งถึงบางอ้อครับ ต่ำสุด hundred8ปีขวดเล็ก ขั้นถัดไปคือ แบล็คขวดเล็ก โอวแล้ววันนี้มันจะเมามั้ยเนี่ย ตอนแรกก้อสั่งแบล็คไปแต่พอเห็นขวดเล็กก้อรีบเปลี่ยนเป็น hundred ทันที5555+ แล้วสามเราก้อนั่งดื่มกันอย่างมีความสุข ทันใดนั้น มีสาวสวยน่ารักนางหนึ่ง เธอคือเด็กเชียร์เหล้า เข้ามาชงเหล้าให้ แล้วเล่นมุกต่างๆนาๆ ไม่น่าเชื่อ เธอหน้าตาดีแต่เสี่ยวได้ขนาดนี้ นี่ถ้าไม่เห็นว่าน่ารักจะเอาขวดทำปากฉลามเสียบไปล่ะ เธอชื่อ โอ๊ะโอ๋ สุดสวย ผมคาดว่า คำหลังน่าจะเป็นนามสกุลเธอ มุกของเธอทำให้เหล้าในแก้วของพวกผมหมดไปอย่างรวดเร็ว อาธิ มุก แอ่น แอน แอ๊นนนนนน (เธอถามว่าอะไรอยู่ในฝาขวดมีสามอย่าง คำตอบ เธอเปิดขวดขึ้นพร้อมกับพูดว่า แอ่น..... มดสามตัวครับ......) มุกอื่นอย่ารู้เลยเปลืองเนื้อที่ blog ผมครับ หลังจากชื่นมื่นกับเหล้าอยู่พักใหญ่พวกผมได้ลงมติกันว่าไปร้านอื่นเถอะ ไม่มีตังก์ไม่เมา เลยออกจากร้านไปด้วยความเร็วสูงด้วยสาเหตุบางประการที่ไม่อาจเอ่ยในนี้ได้ let's go to นั่งเล่นครับ ขณะนั้นเวลา 22.30 คนเต็มแน่นขนัด อุตส่าห์ไปจอดซะไกลนั่งtaxiด้วย แถมขากลับก้อเดินกลับสลับกับวิ่ง(ต้องขอโทดแมนชั่นแห่งหนึ่งด้วย ที่พวกผมได้ยิงกระต่ายตรงกำแพงท่านตายไปสามตัว) อ้าว แล้วจะไปไหนดีหล่ะเนี่ย ไม่มีที่ไป บุคคลหนึ่งไอเดียบรรเจิด icebar ครับ อยากจะเห็นกับตาว่าเป็นฉันใด หาที่จอดได้เข้าไปดู โอ้วแม่เจ้า SNOP ที่ว่าดีเจ น่ารำคาญยังน่าเข้ากว่า พวกผมจึงรีบผันตัวออกมาจากร้านแห่งนั้น แล้วมุ่งหน้าไปที่ต่อไป ไปไหนล่ะ?? เกิดคำถามขึ้น ไม่มีใครตอบ สุดท้าย ไป escudo โอวว ไม่มีคนอย่างแรงครับ พนักงานนั่งตบยุงกัน พวกผมจึงมุ่งหน้าต่อไป สู่ Cliq โอวดีใจอย่างแรงมีที่จอดด้วยครับ เข้าไป เอ๊ะๆๆ ที่จอดเยอะไปป่าวว่ะ สรุปว่าร้านปิด T___________T ไม่มีที่ปายแล้ว กูม่ายเมาแสนจะหงุดหงิด สุดท้ายมีที่เดียวที่สามารถไปได้แล้วครับ รัชดาดินแดนแห่งคนรักเสียงท่อไอเสียมอเตอร์ไซด์ ไปบายันทรีครับ เพราะแรงสนับสนุนจากคุณ จ. ที่เคยไปนัวมาแล้ว โหยยย ร้านแมร่งเสื่อมอย่างแรง บรรยากาศเหมือนคอนเสิร์ตกลางแจ้ง แถมได้โต๊ะติดกำแพง อารมณ์ประมาณยังก่อสร้างไม่เสร็จด้วยครับตำแหน่งนั้น ทำไงได้ไม่มีที่ไปแล้วเมามันตรงนี้แหล่ะ เวลาผ่านไปซักพักเพื่อนเริ่มหายไปทีละคน ไอท๊อปกับเบิร์ดไปเปิดฟลอร์ซะแล้วหายไปเลย เวรบรรยากาศแย่สุดๆ ไม่เมา ไม่อร่อย ไม่มันส์ ไม่มีอารมณ์........ เป็นวันที่เที่ยวแล้วเหนื่อยทั้งกายและใจ เมื่อเวลาผ่านไปอย่างไร้ค่าซักพักพวกผมจึงตัดสินใจ ลาจากคอนเสิร์ตนี้ไป ขนาดจะกลับแล้วยังต้องรอแม่รงอีก ไอท๊อปแมร่งหายไปเลย ขณะรอมันจึงมีกิจกรรมนิดหน่อยโดยเพื่อนแอม ได้ผลักดันให้ผมทำมันจนเกิดเรื่องราวต่างๆมากมายในช่วงจากวันนั้นจนถึงวันนี้ แต่ตอนนี้มันจบแล้ว ก้อดี happy อ้อ คืนนี้ไมได้กลับบ้านครับผมไปนอนบ้านไอแอม สถานที่ที่ไม่ค่อยอยากไปนักเพราะเคยทำเรื่องน่าอายไว้จนต้องหายหน้าหายตาไปซักพัก แล้วสามเรา ปอมแอมท๊อปก้อมีปาร์ตี้เล็กๆกันต่อ โดยมี มาม่า ผักกะหล่ำ และไข่เจียว เป็นจานหลัก.................
เกือบลืม สำหรับ request ของไอต๋อ เรื่องความรัก กูคงไม่มีให้หรอกน่ะ จะมีก้อแต่คำคมที่กูได้ฟังมาจากวิทยุ ~ แม้เราจะรู้ว่าการอยู่คนเดียวเป็นโสดมันมีความสุขมากแค่ไหน แต่เราก็ยังอยากจะมีความทุกข์เพราะความรัก ~ ปล. กูไปแดกราเมนร้านนั้นมาอีกแล้ว หมูมันอร่อยสาดๆๆๆๆๆ พร้อมเบียร์อาซาฮีสดอีกเหยือก โอ้วว มีความสุข April 22 Thonglor and Night pub tour (ภาคจบ มหากาพย์ไตรบล็อค) previewCOMING SOON
นักแสดงนำ อรรคเดช วงศกร วุฒิชัย พีรวัฒน์ ศิรศักดิ์ สโรช และ สุรา
นักแสดงรับเชิญ โอ๊ะโอ๋ เด็กจอดรถ การ์ดตามผับต่างๆ หนุ่มๆสาวๆที่รักการเต้น เสียงเพลงและป๋าๆ เป็นชีวิตจิตใจ
25 April 07
April 13 Tonglhor and music ภาคสอง (ไตรบล็อค)
มาแล้วคร้าบ ภาคสองของ ทองหล่อ จริงๆแล้วกะจะเขียนตั้งแต่วันเกิดเหตุแล้ว แต่ด้วยความเหนื่อยและขี้เกียจเลยพึ่งจะมาเขียนยังไงก้อตาม เป็นข่าวดีที่ว่าวันนี้อาจจะเขียนภาคจบของไตรบล็อค ต่อเลย เพราะเรื่องมันพึ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน เอิ๊กๆๆๆๆ
ในขณะที่ตูกำลังจะขับรถกลับบ้าน เพื่อนสองคนโทรมา มันคือ ไอแอม และ ไอท๊อป เหมือนเดิมครับ ชวนดื่มเบียร์ชิวๆ ว่าแล้วด้วยความใกล้จุดเกิดเหตุ ตูเลยต้องรอมันอย่างน้อย หนึ่งชั่วโมง ว่าแล้วก้อคิดได้ เออ ไปแดก ราเมนดีกว่า ฮ่าๆๆๆ ว่าแล้วก้อไปจอดที่เดิม เมเจอร์ แล้วเดินไป สถานที่ที่มีอดีต แต่วันนี้กะจะลอง ร้านใหม่ ซึ่งวันก่อนนั้นก้อ เห็นแล้วแหล่ะว่าน่าเข้า แต่ว่าพอดี อีกร้านคนมันเยอะเลยไปลองก่อน ร้านที่เข้าไปวันนี้ตอนนี้จำชื่อ บ่ได้แล้ว แต่จำชื่อร้านที่ไปคราวก่อนได้แล้ว มันมีชื่อว่า Grand Ramen
หน้าร้านที่ไปวันนี้ มีติดรายการอาหารให้ดูด้วย ประตูร้านเป็นประตูไม้เก่าๆ มีผ้าคลุมสีแดง อยู่เหมือนญี่ปุ่นแท้ ต้องก้มหัวมุดเข้าไปในร้าน เมื่อเข้าร้านไปปุ๊บ ก้อได้ยินเสียงต้อนรับเป็นภาษา ญี่ปุ่นซึ่งตูจำไม่ได้แล้วว่าพูดยังไง บรรยากาศในร้านดูเก่าๆหน่อย เป็นกันเองมากๆ มีโต๊ะบาร์ให้นั่งกินคนเดียวเวลาเหงา ซึ่งแน่นอนตูก้อนั่งโต๊ะบาร์ 555 พนักงานเสิร์ฟ น้ำชาพร้อมผ้าเย็นเหมือนร้านวันก่อนเลย รายกายอาหารน่ากินมากเยอะสุดๆ น่าอร่อย เลยสั่ง ราเมนซุปเต้าเจี๊ยวเซ็นโดไป แล้วก้อเกี๊ยวซ่า(คราวนี้ไม่แรดสั่งเยอะแล้ว กูกลัว) ในขณะที่รออาหารอยู่นั้น โอ้วววววว ในร้านเค้าเปิดเพลงเพลงนึงซึ่งชอบมานานแล้ว แต่ไม่มีโอกาสได้รู้ชื่อเพลงและคนร้อง ด้วยความอยากรู้เลยให้พนักงานไปเอาซีดีมาดูหน่อย พนักงานใจดีไปถามเจ้าของร้านให้และเหตุการณ์นี้ทำให้รู้ว่า เจ้าของร้านเป็นคนญี่ปุ่นจริงๆไม่ใช่เหมือนร้านคราวก่อนเพราะมันเหมือนคนอีสานมากกว่า- -" เจ้าของร้านพูดไทยไม่ได้ เลยสื่อสารกันแบบงงๆ แต่ก้อยังดีที่ในที่สุดตูก้อได้รู้ชื่อเพลง Wonderful tonight ของ Eric clapton นั่นเอง นอกจากนี้ยังได้เพลงอี่นๆมาอีกเพียบ เลยว่าจะไปซื้อซีดีมาซะเลย nice and easy series 3 เพลงเยี่ยมมากทั้งอัลบั้มเลย และแล้วราเมนก้อมา โอววววว น่ากินสาดๆๆๆๆๆๆๆๆ ชิมน้ำ ก้ออร่อยแล้ว มีความสุขมาก นั่งฟังเพลง กับราเมนอร่อยๆ แล้ว เกี๊ยวซ่าเค้าก้ออร่อยทีเดียว happy หลาย หมดไปร้อยห้าสิบเอง ก้อถือว่าโอเค เพราะ อิ่มมาก แค่ชามเดียวก้ออิ่มแล้ว สุดยอดไปเล้ย กินเสร็จเพื่อนมาพอดี ไปเจอกันที่เมเจอร์แล้วก้อขับรถวน หาที่นั่งดื่มเบียร์ ไอแอมตัวดีถามเพื่อนว่ามีร้านไหนบ้าง ได้ชื่อร้านมา แมร่งบอกร้าน ตำเดย์ ซอยแจ่มจันทร์ วนสองรอบหมด สิบกิโลได้ แมร่งไหนว่ะตำเดย์มึง เห็นแต่ TUBA พอสังเกตดีๆเห็นตึกแถวห้องเดียวเก่าๆโทรมๆปิดประตูสังกะสีอยู่ชื่อร้าน someday เลยถามแมร่ง ปรากฎว่าใช่ร้านนี้ แมร่งมา ตำเดย์ ตำเดย์ มั่วฉิบ สุดท้ายไม่มีที่ไปเลยไปที่เอกมัยซอยสอง เพราะได้ยินมาว่ามีร้านอยู่ โห เงียบเหงาสุดๆแต่ทำไงได้ ดึกแล้วเลยลงจอดที่นี่แหล่ะ เข้าไปร้านชื่ออะไรไม่รู้ไม่อยากจำ นั่งกินเหล้าแทน- - บรรยากาศร้านประมาณ เด็กดริ้งเพราะแมร่งเปิดเพลงเหมือนมาก มิกซ์ 25 นั่งกินไม่หมด เอาเหล้ามาเก็บไว้ในรถตู ไอ้ท๊อปเงี่ยนอีกบอกอยากไปนั่งเล่น เลยขับไปจอดซอยใกล้ๆ แล้วเดินไป โห แมร่งคนเยอะสาด ไม่มีที่เข้า นั่งปรึกษากันอยู่ซักพัก เลยเข้าไปฉี่แล้วกลับกันละกัน 5555 สุดท้ายกลับบ้าน นอน
วันรุ่งขึ้นก้อหลับเลย- - เทรนงาน ตัวต่อตัว หลับต่อหน้าแมร่งเลย ตาพริ้ม วูบๆ จนเค้าบอกว่าเอากาแฟมั้ย 555 ไม่ตูไม่เอา มันง่วงเพราะกินข้าวกลางวันอิ่ม เวลาบ่ายโมงมันเลยง่วง เหอะๆ กลับบ้าน นอนๆๆๆๆๆๆ April 05 Tonglhor & Chic ภาคหนึ่ง (ไตรบล็อค)
อยากเขียน แต่พอจะเริ่มเขียนก้อหมดอารมณ์ล่ะ..................
มา ตอนนี้มีอารมณ์เขียนแล้ว อ่านหัวข้อ แล้วคิดว่าอารายยยย ไปดื่ม เที่ยวแล้วได้สาวเปรี้ยวมาหล่ะสิ คิดว่าจะเล่าว่าทำอะไรมั่งรึไง ผิดแล้วว่ะ กูชอบหักมุมอ่ะมีไรป่ะ เรื่องมันมีอยู่ว่า ณ วันที่5เมษายน พศ 2550 ผมนั่งรถมากับพี่ทศ(พี่ที่ทำงาน)ขณะอยู่บนทางด่วนซึ่งมองเห็นเลยว่ารถแมร่งติดสาดดดดดดดดดด บนทางด่วนหลายเส้นรถติดแบบไม่ขยับ ถ้ามีกล้องนะจะถ่ายรูปเก็บไว้เลย มันสวยงามมากเหมือน สะพานลายรถ จากนั้นผมก้อคิดได้ว่า แล้วอย่างงี้กูจะกลับยังไงว่ะ!!! เพื่อนๆที่กะจะไปเที่ยวกันวันนี้ก้อไม่ไปซะแล้ว ไอแอมก้อ....แสดดดด ทิ้งกู ขณะที่เดิน นั่งอยู่ตรงที่จอดรถ บริษัท คุยโทรศัพท์กับเพื่อนๆ ที่ปฏิเสธคำชวนต่างๆของผม อะไรกันนี่ มันรู้สึกเหมือน มดที่อยู่บนสนามหญ้าแต่ถูกเอาแก้วมาครอบไว้ กูไปหนายไม่ได้เลยว้อยยยยยรถติดดดด ด้วยอารมณ์ ชิว บวกกับเซ็งๆสุดๆ อารมณ์ที่แปรปรวน ได้สั่งการให้มือผมสตาทรถและขับตรงไปจะกลับบ้าน ซึ่งรถยังติดอยู่เช่นเดิม เมื่อไปได้ซักระยะ เห็นซอยทางลัดไปทองหล่อ เออไปก้อได้ว่ะ เห็นโล่งๆ พอขับไป จวยเหอะ แมร่งกั้นให้เลี้ยวซ้าย only แล้วอีกฝั่งติดสาด อย่างกับมี ม๊อบ ptv ทันใดนั้นเหลือไปเห็นร้านอาหารต่างๆ โอ้ กูหาความสุขให้ตัวเองได้แล้ว มาเดินกินอาหารญี่ปุ่นดีกว่า จากนั้นก้อไปจอดรถใน เมเจอร์เอกมัย แมร่งเห็นคันข้างหน้าได้ที่จอดตัดหน้าไปสามคันมันแสนหงุดหงิด สุดท้ายด้วยความพยายาม วนอีกซักรอบละกันว่ะ แล้วก้อได้ที่จอดจนได้
แต่.... อารมณ์เซ็งๆ ก้อรู้สึกเบื่อๆเฮ้อ ทำไมมันปล่าวเปลี่ยวงี้ว่ะเนี่ย จะกินข้าว แล้วมาดูหนังต่อนี่ก้อใช่ที่ มาดูคนเดียวมันดูสลดเกินไป แล้วจะทำไรดีว่ะ ยังไม่ทันได้คิดเสร็จก้อเดินมาถึงซอยทองหล่อซะแล้ว เลยเดินไปเรื่อยๆ จะเข้าผับก้อไม่ได้อีกดันเปลี่ยนมาใส่แตะซะแล้วแต่ยังใส่ถุงเท้าอยู่อาจจะเนียนยามได้ แต่ถ้าเต้นๆไปแตะหลุดคงเก็บยาก เลยไม่เอาดีกว่า เดินไปได้ซักพัก โอ้ เจอ กลุ่มชาวต่างชาติสาวสวยเซ็กซี่สามคนกับ ช.อีกคนนึงเดินผ่านไป ในใจก้อคิดอือ แถวนี้มันน่าครึกครื้นจริงๆ เดินจนเบื่อในที่สุดก้อต้องเดินกลับมาทางเดิม เมื่อมองไปที่ระยะข้างหน้25เมตร เห็นอะไรบางอย่างน่าอิจฉามาก แมร่งไอ้หนุ่มวินมอไซได้สาวต่างชาติกลุ่มนั้นไปซ้อนท้ายตอนแรกก้อยังรู้สึกเฉยๆ แต่แล้วสาวเจ้าคนนึงลงมาพูดอะไรไม่รู้แล้วคุณเธอก้อขึ้นไปซ้อนท้าย เป็นซ้อนสาม!!!! โอ้วมองไปที่หน้าไอ้หนุ่มวิน น้ำลายมันแทบจะทะลัก โอว เห็นแล้วเซ็งเป็นอย่างยิ่ง เดินเซ็งๆไปเข้าร้านราเมนร้านนึง เห็นคนมันค่อนข้างเยอะเลยลองซะหน่อย เข้าไปนั่งตรงบาร์ติดกับครัว พอนั่งปุ๊บพ่อครัวแมร่งมองหน้า เลยรู้สึกหงุดหงิดนิดหน่อย แล้วนึกขึ้นได้ เออแมร่งรอสั่งอาหารนี่หว่า ขึ้นชื่อว่าอาหารญี่ปุ่นก้อต้องลอง ราเมนกับข้าวแกงกะหรี่ ตอนแรกสั่งข้าวแกงกะหรี่เนื้อไป แล้วพ่อครัวมันพูดอะไรบางอย่างจับใจความได้ว่าเอาแกงกะหรี่อย่างเดียวเหรอ ไอ้เราก้อคิดว่าหมายความว่าไม่ได้ราดข้าวใช่มั้ย เลยบอกว่าใช่ แล้วสั่งราเมนเต้าหู้ทรงเครื่องเพิ่ม แล้วพ่อครัวคนเดินก้อถามว่าเล็กหรือใหญ่ จึงตอบไปว่าเล็ก ข้าวมาก่อน กินไปได้ซักพัก ราเมนตามมา โอ้ว แม่เจ้า นี่เล็กของมรึงเหรอ บ้านกูเรียกมาม่าสี่ห่อ นี่ถ้าใหญ่มึงไม่ใส่กะลามังมาเลยรึไงโอ้ว ทำไรไม่ได้ ก้มหน้าก้มตากินไป ไม่รู้เป็นอะไร ไม่รู้เป็นเพราะความเศร้าและอารมณ์ที่หม่นหมองรึเปล่าทำให้กินข้าวไปได้สองในสามจานมันรู้สึกว่าอิ่มซะแล้ว ไม่น่าเชื่อเลย แต่ทำไงได้ว่ะ เสียชื่อนักกินเหรียญทองโอลิมปิกหมด เลยตั้งหน้าตั้งตากินข้าวต่อไปแบบช้าๆได้จังหวะจะโคน ความถี่ที่คงตัว ค่อยๆกินค่อยๆกินโดยที่คิดอะไรเรื่อยเปื่อยไปเรื่อยๆ ไม่น่าเชื่อ ข้าวหมดแล้วแบบไม่ทันรู้ตัว ทีนี้เหลือบไปมองราเมนโอว เส้นแมร่งเหมือนฮะจิบังสามจาน ถึงตอนนี้ผมได้เรอระบายความอึดอัด เพื่อจัดระเบียบกระเพาะไปแล้วสามครั้ง ผมใช้เวลากินราเมนนานมากกินอย่างช้าๆ ค่อยๆคีบค่อยหนีบกินทีละชิ้น เรอไปอีกสองครั้ง โอ้ววว นี่มันใกล้ลิมิตแล้ว ผมเคยกินหนักสุดลิมิตที่เรอ6 ครั้ง 555555+ งานไหนจำไม่ได้น่าจะเป็นhot pot นรก แต่เอาเถอะอาทิตนี้อดอยากมานาน กินเยอะๆหน่อย ขณะที่ผมกินไปเรื่อยๆ ก้อมี ลุงคนญี่ปุ่นคนหนึ่งทำหน้าตาเลิกลักเหมือนชีวิตขาดหายอะไรไปซักอย่าง เลยมองดูชามเค้า อ้าวไม่มีตะเกียบ โอวว ตะเกียบและเครื่องปรุงมันอยู่อีกฝั่งจะหยิบให้มันดีมั้ยเนี่ย(คิดในใจ)ยังไม่ทันคิดเสร็จมือไปก่อน ยกทั้งถาดให้เค้า เค้าก้อรับน้ำใจนี้ไว้ด้วยการผงกหัวให้ โหวว หัวมันจะกระแทกกับชามราเมนตู จะก้มอะไรมากมายว่ะ แต่ก้ทำให้ผมอารมณ์ดีขึ้นได้ในระดับนึงอย่างน้อยผมก้อ ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวในร้านอาหารนี้ อย่างน้อยก้อมีตาลุงคนนี้ที่มีปฏิสัมพันธ์กับผม และแล้วในทีสุดก้อกินราเมนหมดจนได้ เรอไปทั้งหมด4ครั้ง จากนั้นก้อเดินเบื่อๆมาถึงเมเจอร์ขึ้นรถกลับบ้านด้วยเส้นทางชิวๆ รถหนาแน่นแบบพองาม แถมเปรี้ยววิ่งเส้นมวลชนซะด้วย เสียวพวกหัวปิงปองมากๆแต่เอาเถอะจะซวยก้อเอาให้เต็มที่ ไม่ใส่ใจล่ะ
จบ ตูถึงบ้าน
ส่วน chic ที่ว่าคือ chicken คร้าบบบ คือจากการทำงานสี่วันผมปล่อยไก่เหวอไปหลายรอบ ผมไม่รู้คนไหนเจ้าของ บ. สับสนอยู่นานจนในที่สุดก้อเคลียส์จนได้ และล่าสุดโชว์ครับโชว์ เสียบสายไฟกับสินค้า เสียบไม่ดี แมร่งเกือบ ช๊อต เหอะๆ ผจกแผนกยืนดูอยู่ด้วย ทำผมเหวอไปเลย
Ps. วันนี้มีความสุขกับตัวเองด้วยการใช้เท้าซ้ายเหยียบเบรก ผลที่ได้ค่อนข้างดีเบรกได้นิ่มกว่าเท้าขวามาก 55555+ March 23 ขอตั้งชื่อว่า Sweet memories คิดไปคิดมา ก้อเพิ่งได้คิดอะไรบางอย่างได้ ความรู้สึกต่างๆเกี่ยวชีวิตมหาลัยมันพึ่งจะเข้มข้นขึ้นมาก้อช่วงเทอมสุดท้ายนี่เอง ความรู้สึกที่มันpeak มากๆ คงจะคิดถึงอะไรดีๆที่ผ่านๆมาไม่น้อยทีเดียว งานทุกอย่างก้อเสร็จหมดแล้ว แล้วต่อไปเราจะทำอะไร เพื่อนๆในมหาลัย จะได้เจอกันอีกเมื่อไหร่หนอ ความรู้สึกนี้บางคนก้อรู้สึกมานานแล้ว แล้วก้อ ลงเป็น blog กันหมดแล้ว 555+ เอาเถอะ ไม่ได้คิดอะไรมากแค่อยากอัพสเปซเท่านั้นเอง ไร้สาระโคด เฮ้อๆๆๆๆๆ เบื่อจังไม่อยากนอนเนาะ อยากเขียนเรื่องทอลซิลอักเสปจังแต่ดันหมด feel แล้ว เฮ้อ อีกรอบ........
เป็นมั้ยว่ะ
ความรู้สึกเคว้งคว้าง
รู้สึกมวนๆอยู่ในท้อง(อะไรบางอย่างที่ไม่ได้เกิดจากการกินเหล้า)
เหมือนรู้สึกสะอึกอยู่ลึกๆ(อ่ะ งง กันชัวส์)
หากรู้สึกเหมือนกันคงไม่ต้องหาคำพูดอะไรมาอธิบายกัน
ใช้ความรู้สึกสื่อก้อคงเพียงพอเนาะ
ต่อจากนี้ไปจะไม่เหมือนระยะเวลาสี่ปีที่ผ่านมาแล้วเหรอเนี่ย
แค่คิดก้อ....
อย่างที่เคยพูดบ่อยๆสิน่ะ
ทุกอย่างมีเกิด มีสลาย มีดับสูญ
แต่คงมี อะไรที่ไม่อาจลืมได้
อะไรบางอย่าง
ความรู้สึกดีๆ ที่เคยเกิดขึ้น
เกิดเป็น "เศษเสี้ยวแห่งความทรงจำ"
สิ่งนี้ทุกคนคงจะถวิลหาในอนาคต
ขอเพียงเรายังจำสิ่งเหล่านี้ได้
มันคงทำให้ไม่เจ็บปวดมากนัก
.......... March 13 อะไรไม่รู้copy มาเล่นๆ10 ความแตกต่างที่น่าสนใจระหว่าง ชาย หญิง หนังสือ Love is Sex รายงานความแตกต่างที่น่าสนใจระหว่างหญิง-ชาย ไว้ดังนี้ 1. การตกหลุมรัก ชาย : ตกหลุมรักได้เร็วกว่าผู้หญิง ผู้ชายประมาณ 25% ตกหลุมรักตั้งแต่เดทแรก หญิง : ต้องการเวลามากกว่าผู้ชาย ผู้หญิงประมาณ 15% ตกหลุมรักในการออกเดทครั้งที่ 4 2. การนอกใจคู่รัก ชาย : เป็นฝ่ายนอกใจมากกว่า 1 ใน 2 ของผู้ชายที่แต่งงานแล้วมีเกณฑ์นอกใจภรรยา หญิง : สถิติคือมีผู้หญิง 1 ใน 5 นอกใจสามี 3. ความเร่าร้อน ชาย : รู้สึกว่าเร่าร้อนสุดขีดเมื่อเกิดความต้องการทางเพศถึงขีดสุด หญิง : รู้สึกเร่าร้อนเมื่ออุณภูมิในห้องเย็น 4. การสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเอง ชาย : 93% ของผู้ชายโดยทั่วไปช่วยตัวเองเสมอ และยังคงทำต่อไปแม้จะมีคู่รักแล้วก็ตาม หญิง : 62% ของผู้หญิงวัย 45 ปีขึ้นไปช่วยตัวเอง ซึ่งนับว่าเป็นพฤติกรรมธรรมดาในหมู่ผู้หญิงสูงอายุ 5. ความตื่นตัวและการถึงจุดสุดยอด ชาย : ตื่นตัวได้เร็วกว่าและถึงจุดสุดยอดได้เร็วกว่าผู้หญิง(มาก) หญิง : ตื่นตัวช้ากว่าและถึงจุดสุดยอดช้ากว่า(ไม่รวมการช่วยตัวเอง) 6. ความสามารถในการถึงจุดสุดยอด ชาย : ในการร่วมรักหนึ่งครั้ง ผู้ชายถึงจุดสุดยอดได้มากครั้งในวัยหนุ่มและจะลดลงเรื่อยๆ เมื่อมีอายุมากขึ้น หญิง : สามารถถึงจุดสุดยอดได้มากครั้งต่อการร่วมรัก ผู้หญิง 15% สามารถถึงจุดสุดยอดได้ 3-5 ครั้ง ในเวลา 2-3 นาที 7. เซ็กซ์ดี-ไม่ดี ขึ้นอยู่กับ... ชาย : ไม่มีสิ่งใดมีอิทธิพลสูงกว่าความดึงดูดทางเพศ ความสัมพันธ์ที่ดีไมใช่ปัจจัยที่ผู้ชายให้ความสนใจนัก หญิง : เชื่อมั่นว่าถ้ามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันแล้วเซ็กซ์จะดีเสมอ 8. ร้อนแรงสุดขีดในวัย.... ชาย : วัยรุ่นจนถึงอายุ 20 ปลายๆ หญิง : อายุ 30 ปี โดยประมาณ 9. ปัญหาทางเพศ ชาย : กามตายด้าน หย่อนสมรรถภาพทางเพศหรือนกเขาไม่ขัน หญิง : ความล้มเหลวในการถึงจุดสุดยอดในการมีเพศสัมพันธ์แบบปกติ 10. ความสัมพันธ์กับคนแปลกหน้า ชาย : ประมาณ 78% ยอมมีเพศสัมพันธ์กับคนแปลกหน้า หญิง : ประมาณ 58% ยอมมีเพศสัมพันธ์กับคนแปลกหน้า (เยอะนะเนี่ยแปลว่า ชวน ญ สองคนต้องมีคนนึงไปด้วย แหมมันน่าลอง) January 10 เพื่อนๆในดินแดนมหัศจรรย์ วันไหนไม่รู้ จำไม่ได้เพราะผ่านมาแล้วเกินสามวัน มีเสียงนกร้องเบาๆ แสงแดดอ่อนๆสาดส่องมาที่ดวงตาทำให้ร้อนและหงุดหงิด
ข้าพเจ้าและเพื่อนๆอีกสองคนได้บุกเข้าไปยัง ดินแดนลี้ลับแห่งหนึ่งใน ซอย คุณหญิงย่านบางเขน ภายในที่แห่งนั้นช่างน่าพิศวงเป็นยิ่งนัก
ทางเดินนั้นคดเคี้ยว จนหาทางไปห้องน้ำไม่ถูก มีสิ่งมีชีวิตมากมายอยู่ในห้วงมิตินี้ โอ้ว มีปลานอนตายอยู่ด้วย ทุกอย่างล้วนทำให้รู้สึกงงงวย
ว่านี่หรือคือ ห้องของต๋อ ทำไมสกปรกขนาดนี้!!!!!
จริงๆเว่อไปหน่อยอ่ะ ไม่ได้มีอะไรมากมายหรอกแค่แมงกะจั๊วได้ครองห้องแล้ว(อ่ะ กูล้อเล่น) ห้องมานรกมากๆๆ เลยมีการทำความสะอาด
กันเอ้อ นึกขึ้นได้ล่ะมันคือวันเสาร์แรกหลังปีใหม่ วันที่ 6 มกราคมนี่เอง เพื่อนๆได้ลงความเห็นว่ารกมั๊กๆ ต๋อได้อธิบายว่าไม่ได้อยู่ห้องเลยสกปรก
แล้วก้อกำลังจะทำความสะอาดรับปีใหม่ด้วย โอ้ว แมร่งผ่านมา6วัน พึ่งจะมาทำ แต่หลังจากทำความสะอาดแล้ว ห้องได้สะอาดมั๊กๆ ขนาดที่ว่าเอา
ลิ้นเลียพื้นก้อยังไม่รู้สึกถึงความสกปรก เอาเสื้อไปถูพื้นไม่ใช่เสื้อที่จะสกปรกแต่เป็นพื้นที่สกปรกเพราะ มันสะอาดมากกกกกกกกก (ใช่เหรอว่ะ 555+)
ว่าแต่เราไปทำอะไรที่ห้องมันกันนี่ อ้อไปทำโปรเจคนั่นเอง สุดท้ายกลับดึกอีกกลับตั้งตีสอง เหมือนว่าจะทำงานหนักเนอะ เหอะๆๆๆ โอ้ว เครียด
เครียด เรื่องโปรเจคจังเยยยยยยยยยย November 29 SEASON ~ สักวาหน้าหนาว ยังนอนและหาวอยู่บนเตียง
ครั้นสดับเสียงลมอันแผ่วเบา เหตุใดใยแสงแดดเจ้าสาดส่องแยงตา
นำพาให้ฉันตื่นจากความฝัน ทั้งยังที่ไม่ได้นอนเลยทั้งวัน
หนาวเดือนนี้เหมือนมันขาดไรซักอย่าง ไม่ได้อ้างว่าหน้าหนาวนั้นพาเศร้า
เพียงต้องการยารักษาเพื่อแก้เหงา พวกเพื่อนเราเหล่าเครื่องดื่มชูกำลัง
มาครั้งนี้SCBต้องดับสูญ ดั่งโคกคูนสิ้นตระกูลเพราะไร้ไข่
ไซร้จึงไปยังดินแดนยูเนี่ยนมอล แม้นแห่งนี้ไม่ดูดีเหมือนที่ก่อน
แต่ดูร้อนและดูแรงไม่แพ้กัน คงได้แก้คงได้ผ่อนอาการคัน
เพราะเบียร์นั้นขอให้เย็นก้อเด็ดและเพลิน..... ~
คารวะ หนึ่งจอกกกกกกกก
November 28 เข้ามาอ่านกันดิจะเขียนแค่เนี้ยอ่ะ มีไรป่าว
.
.
.
.
.
เอ้อ นี่พอมีตังก้อชวนกูไปเที่ยวเลยเชียวน่ะ เจ้าพวกเพื่อนกิน(เหล้า) อยากให้ใครบางคนไปด้วยจังเลยว่ะ November 25 พฤศจิกาแล้วนะเนี่ย เฮ้อ นี่มันเดือนพฤศจิกายนแล้วอ่ะ อีกกี่เดือนเองว่ะเนี่ย จะไม่ได้ใช้ชีวิตวัยหนุ่มแย้ววววว
ว่าแต่กว่า ข้าน้อยจะได้อัพ space นี่ต้องสั่งสมความขยันถึง6เดือนเลยเหรอเนี่ย โอ้ววว ขี้เกียจแมน
งานก้อยังหาไม่ได้ โปรเจคก้อไม่คืบหน้า กะลังแย่แว้ว แต่ช่างเหอะ ชิวๆ(อารมณ์เปลี่ยนเร็วป่าว 555+)
ว่าแต่จะมีใครมาอ่าน blog นี้มั้งเนี่ย
เด๋วนี้เป็น new pom แล้วน้า ความขยันเพิ่มขึ้น 50% เจ๋งป่ะละ ช่วงนี้เจอเพื่อนบ่อยดีว่ะ ดีชอบๆ
สนุกสนานในวัยอันควร ตอนนี้กะลังวางแผนกับเหล่าเพื่อนพ้อง ไปทัวกิน(กองทัพแดก)กัน next match
นี่ไป สามย่าน หรือไม่ก้อ เยาวราช แต่ก้อสงสัยอยู่จะได้ไปมั้ยเนี่ย ว่าไงเหล่าเพื่อนพ้อง!!!! ตูมีตังแล้วน้าไม่
ยาจกแล้ว
p.s someone you love may not love someone like you May 26 กูก้อสงสัยเหมือนกันไอ my space เนี่ย -*-เข้ามาทำมายไม่มีอะไรให้ดูหรอกเฟ้ย คนเล่นไม่เป็น ชิ ยังไม่ออกไปอีก เดียะ เดียะ
โอ๊ย อ๊าก โอ๊ย โอ๊ยยยย
(เอ้า กิน ฮอลขิง สิน้อง)
ฮ้า.........
สวัสดีดีคับพี่น้องคับ ใครเข้ามาดูก้อถือว่าซวยลูกกะตาละกันเน้อ เหอะๆ คนกะลังเมาอยู่ เอิ๊กๆๆๆๆๆ |
|
|